นักปรัชญามุสลิมกับกระบวนทัศน์หลังนวยุค

นักปรัชญามุสลิมกับกระบวนทัศน์หลังนวยุค

โดย ดร.ประเสริฐ สุขศาสน์กวิน

โลกวิทยาการและศาสตร์ต่างๆในปัจจุบันดูจะวิวัฒนาการและนำไปสู่ความก้าวหน้ามากทีเดียว แต่ศาสตร์ปรัชญาได้แปรเปลี่ยนรูปแบบและอัตลักษณ์อีกทั้งบางสาขาของปรัชญาได้ถูกยกเลิกไม่นำมาศึกษา หรือบางลัทธิปรัชญาแบบเดิม แบบโบราณที่เคยร่ำเรียนกันกลายเป็นเรื่องที่ล้าสมัยไปแล้ว ปรัชญาที่เรียนกันในรั้วมหาวิทยาลัยในปัจจุบันเป็นปรัชญาเชิงประยุกต์ เช่นปรัชญาการเมืองปรัชญาสังคมปรัชญาจริยะและถ้าปรัชญาบริสุทธิ์มีอยู่บ้างก็จะเป็นวิชาเลือกเสรี  ดังนั้นนี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับปรัชญา

หนึ่งจากสาเหตุดังกล่าวคือการนำเสนอปรัชญาให้มีความคลุมเครือของเนื้อหาและการนิยามของปรัชญาที่ดูแล้วทำให้น่าเบื่อ และทำให้ศาสตร์ปรัชญาถูกนำเสนอในทางลบตลอดมาและสร้างความน่าเบื่อให้กับนักศึกษามาเป็นเวลายาวนานทีเดียว และจากสาเหตุการนิยามปรัชญาที่ดูค่อนข้างจะไม่กระจ่างหรือไม่ตรงประเด็นจึงทำให้นักวิชาการและนักศึกษาเห็นว่าการเรียนปรัชญาเป็นเรื่องของการเสียเวลาหรือเมื่อดูเนื้อหาแล้วเป็นศาสตร์ที่จับต้องไม่ได้ เป็นรูปแบบที่ค่อยข้างจะให้ประโยชน์ในทางปฎิบัติน้อย อีกทั้งเป็นเนื้อหาเสมือนเป็นยาเสพติดทางปัญญาหรือเป็นเรื่องของมโนคติ การเพ้อฝันอะไรทำนองนั้น

ความจริงแล้วการสนอกสนใจต่อปรัชญาถือว่าเป็นคุณสมบัติพิเศษของมนุษย์และถือว่าเป็นการตอบสนองสัญชาตญาณบริสุทธิ์ที่ได้ถูกสร้างมา เพราะว่าดังคำกล่าวของอริสโตเติล(Aristotle 384-322B.C.) มนุษย์เป็นสัตว์แห่งปัญญา เป็นสิ่งมีชีวิตที่แสวงหาความรู้และมีสัญชาตญาณบริสุทธิ์แห่งการค้นคว้า การใช้ความคิดและการเพ่งพินิจ แต่เนื่องจากคนเราส่วนมากจะอยู่กับการสัมผัสรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าเลยคิดว่าการใช้ความคิดหรือการใช้หลักปรัชญาระดับสูงขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่ฝืนธรรมชาติและคิดว่าผู้เรียนปรัชญาเป็นผู้ที่งมงายไปไม่ถึงไหน ดังที่นักสังคมวิทยาตะวันตกชื่อดัง ออคุส กอมส์(Auguste Comte 1798-1857)เป็นนักปรัชญาชาวฝรั่งเศส เป็นบิดาของลัทธิปฎิฐานนิยม(Positivism)ได้กล่าวว่า การเจริญเติบโตของจิตมนุษย์และการพัฒนาทางด้านจิตนั้นมี ๓ ระดับ คือ

  1. ระดับศาสนา(theological stage)
  2. ระดับอภิปรัชญา(metaphysical stage)
  3. ระดับปฎิฐาน(positivise stage)

ออคุส คอมส์ (Auguste Comte )ถือว่าระดับของศาสนาเป็นระดับที่ต่ำสุดและอยู่ในระดับของความงมงาย ส่วนที่ดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งคือระดับอภิปรัชญา และระดับวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นระดับที่ดีเลิศและระดับสูงสุดของมนุษย์
จากการวิเคราะห์แล้วจะเห็นว่าสรรพสัตว์ต่างๆนั้นใช้ประสาทสัมผัสในการรับรู้หรือใช้สัญชาตญาณที่มาจากการสัมผัสภายนอก ส่วนมนุษย์นั้นจะใช้หลักคิดทางสติปัญญาใช้เหตุผลในการสรุปหรือในการกระทำ ซึ่งในบางครั้งบางคราวมนุษย์ก็จะใช้ประสบการณ์ในการตัดสินและการรับรู้ แต่ด้วยการวิจักษ์แล้วประสบการณ์นั้นจะให้ความรู้แค่เพียงส่วนย่อยที่เขาได้รับประสบการณ์มาเท่านั้น แตกต่างกับการใช้ปัญญา การใช้หลักคิดทางปรัชญาจะให้ความรู้ที่เป็นสากล ดังนั้นปรัชญาและหลักคิดเชิงปรัชญาจึงไม่รวมศาสตร์ต่างๆที่มาจากการทดลองหรือมาจากประสบการณ์หรือเป็นองค์ความรู้ที่มาจากประสาทสัมผัสทั้งห้า และเช่นเดียวกันในศาสตร์หรือวิทยาการเกี่ยวกับเทคโนโลยี หรือศาสตร์เกี่ยวกับการธุรกิจ การตลาด การบริหารจัดการในองค์กรไม่ถือว่าเป็นสาขาหนึ่งของปรัชญา

ปรัชญาคือวิชาว่าด้วยการสืบค้นหาความจริงด้วยเหตุผลหรือหาสาเหตุหลักของสิ่งที่มีอยู่และการรู้จักสารัตถะและความจริงของสิ่งที่มี ดังนั้นศาสตร์ปรัชญาจึงมีเนื้อหาที่กว้างไม่เฉพาะอยู่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่เป็นหลักสากล เช่น เนื้อหาเรื่องกฎเหตุและผล ความจริงมีอยู่จริงไม่ใช่มายา โลกสสาร โลกอสสาร อะไรคือความจริงสูงสุด ชีวิต พระเจ้า เทพเจ้าและอื่นๆ และนักวิชาการได้แบ่งประเภทปรัชญาไว้ดังนี้
1.ปรัชญาบริสุทธิ์หมายถึง การศึกษาปรัชญาที่เป็นเนื้อหาสาระของปรัชญาโดยตรง ไม่ใช่ศึกษาเพื่อการอื่น ๆ ทั้งนี้ โลกตะวันตกแบ่งปรัชญาออกเป็นสามสาขา ยึดเนื้อหา/ปัญหาพื้นฐาน เป็นหลักได้แก่
1.1 อภิปรัชญา Metaphysics อะไรคือความจริง?
1.2 ญาณวิทยา Espistemology เรารู้ความจริงได้อย่างไร?
1.3 คุณวิทยา/อัคฆวิทยา Axiology ศึกษาเกี่ยวกับคุณค่า โดยแยกได้สองประเภท คือ
ก. จริยศาสตร์ (เอาอะไรมาตัดสินการกระทำว่าดีหรือไม่(
ข. สุนทรียศาสตร์ (เอาอะไรมาตัดสินความงาม(
มีการศึกษาโดยแบ่งเป็นยุคต่าง ๆ ขึ้นกับว่าในยุคสมัยนั้น ๆ “ประเด็นร้อน” หรือความสนใจของประชาชนในสมัยนั้น อยู่ที่ปัญหาเรื่องอะไร? ความจริง ความรู้ คุณค่า ดังนั้น จึงต้องศึกษาประวัติความคิดของนักปรัชญาเพื่อศึกษา “คำตอบที่เป็นไปได้ตามหลักเหตุผล” ของแต่ละยุคสมัย 
2 .ปรัชญาประยุกต์ หมายถึงการนำปรัชญาบริสุทธิ์ไปประยุกต์ใช้ตอบปัญหาโดยยึดการตอบสนองความปรารถนาที่จะรู้ของมนุษย์ ที่ปรารถนารู้ “หลักการ” เพื่อนำไปปฏิบัติ หรือปรารถนาที่จะรู้ “พื้นฐาน” เพื่อนำไปเป็นแนวทางตอบปัญหาในเรื่องนั้น ๆ ได้แก่ ปรัชญาการเมือง ปรัชญาวิทยาศาสตร์ ปรัชญาจริยะและอื่นๆ

 

บรรณานุกรม
กีรติ บุญเจือ ชุดปรัชญาและศาสนาเซนต์จอร์น รู้จักปรัชญา เล่ม ๑ กรุงเทพฯ , มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น ปีที่พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๔๕
เชคชะรีฟ ฮาดียฺ คำสอนจากนะฮญุลบะลาเฆาะฮ กรุงเทพฯ, สถานศึกษา ดารุลอิลมฺ มูลนิธิ อิมามคูอีย์ ปีที่พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๐
เชคชะรีฟ ฮาดียฺ นะฮญุลบะลาเฆาะฮ :ปาฎิหาริย์แห่งวาทศิลป์ของท่านอิมามอะลี บิน อะบีฎอลิบ(อ) กรุงเทพฯ, สถานศึกษา ดารุลอิลมฺ มูลนิธิ อิมามคูอีย์ ปีที่พิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๒