Training on “Copyright and Collective Management Regime”

สรุปเนื้อหาของงานสัมมนา กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และการจัดการทางทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม

อาจารย์อธิพัฒน์  วรนิธิภาคย์
อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์


สรุปเนื้อหา และสาระสำคัญ  (สรุปจากการบรรยายโดย องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก และกรมทรัพย์สินทางปัญญา  กระทรวงพาณิชย์)

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก หรือ “ไวโพ” (World Intellectual Property Organization- WIPO) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2513 เข้าเป็นทบวงการชำนาญพิเศษของสหประชาชาติเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2517 (ค.ศ. 1974) มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาทั่วโลก โดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศสมาชิก ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 135 ประเทศ ทรัพย์สินทางปัญญามีอยู่สองประเภทคือ

              1. ทรัพย์สินที่เป็นผลิตผลด้านอุตสาหกรรม เช่น สิทธิบัตร การประดิษฐ์ เครื่องหมายการค้า และการออกแบบอุตสาหกรรม

              2. ลิขสิทธิ์และสิทธิข้างเคียงในวรรณกรรมและศิลปกรรม รวมสิ่งพิมพ์โสตทัศนวัสดุ รายการทางวิทยุกระจายเสียง และอื่นๆ

โดยองค์การให้ความช่วยเหลือในด้านตรากฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญารวบรวม และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมการประดิษฐ์และสร้างสรรค์ อำนวยความสะดวกในการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นเมืองในแต่ละประเทศ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีของประเทศอื่นที่มีการจดทะเบียนแล้ว แจ้งให้ทราบถึงงานวรรณกรรมต่างประเทศที่มีลิขสิทธิ์ ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกสารสิทธิบัตร จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเอกสารสิทธิบัตร จัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาของชาติในประเทศต่างๆ จัดการประชุมและสัมมนาในระดับประเทศและภูมิภาค สำนักงานขององค์การแห่งโลกว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา

การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่างๆ ของ WIPO

  • ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคี อนุสัญญากรุงเบิร์น (Berne Convention on Literary and Artistic Work) ซึ่งเป็นหนึ่งในอนุสัญญาที่อยู่ในความดูแลของ WIPO ตั้งแต่ปีพ.ศ.2475 และเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา WIPO ซึ่งส่งผลให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก WIPO ในปี 2532 จากนั้นไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญากรุงปารีส (Paris Convention for the Protection of Industrial Property) ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2551 ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 สิงหาคม 2551 และล่าสุดได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty – PCT) เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2552 และมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2552

คือ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการคุ้มครองโดยตรงทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ปัจจุบัน ไทยมีเพียง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยปัจจุบันประเด็นดังกล่าวยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ในเวที IGC-GRTKF โดยไทยได้สนับสนุนให้มีกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเภทต่างๆ- การสร้างเสริมศักยภาพ (Capacity Building) ภายใต้วาระเพื่อการพัฒนา หนึ่งในหน้าที่ของ WIPO คือการสร้างเสริมศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาให้มีขีดความสามารถด้าน ทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ซึ่งไทยได้ร่วมมือกับ WIPO ในการจัดสัมมนา/หลักสูตรอมรมต่างๆ ได้แก่ หลักสูตรอบรมทรัพย์สินทางปัญญาพื้นฐานทางอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ ไทยพยายามส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างไทยกับ WIPO ในเรื่องดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

  • วาระเพื่อการพัฒนา ซึ่งเป็น ความพยายามในการผลักดันของประเทศพัฒนาให้มีการส่งเสริมการพัฒนาโดยอาศัย ทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือ ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างแผนการทำงานโดยคณะกรรมการ CDIP ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 โดยไทยได้มีบทบาทในการอภิปรายแผนการทำงานต่างๆ อย่างกว้างขวางในคณะกรรมการดังกล่าว
  • ประเทศไทยให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญามาตั้งแต่อดีต โดยมีพระราชบัญญัติคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ จำนวนมาก แม้จะไม่ได้เข้าเป็นภาคีสนธิสัญญา/อนุสัญญา/ความตกลงทั้งหมดของ WIPO อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษในปัจจุบัน ได้แก่

– ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการคุ้มครองโดยตรงทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ปัจจุบัน ไทยมีเพียง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 และ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 โดยปัจจุบันประเด็นดังกล่าวยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ในเวที IGC-GRTKF โดยไทยได้สนับสนุนให้มีกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเภทต่างๆ

– วาระเพื่อการพัฒนา ซึ่งเป็น ความพยายามในการผลักดันของประเทศพัฒนาให้มีการส่งเสริมการพัฒนาโดยอาศัย ทรัพย์สินทางปัญญาและกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือ ปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างแผนการทำงานโดยคณะกรรมการ CDIP ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 โดยไทยได้มีบทบาทในการอภิปรายแผนการทำงานต่างๆ อย่างกว้างขวางในคณะกรรมการดังกล่าว

– การสร้างเสริมศักยภาพ (Capacity Building) ภายใต้วาระเพื่อการพัฒนา หนึ่งในหน้าที่ของ WIPO คือการสร้างเสริมศักยภาพของประเทศกำลังพัฒนาให้มีขีดความสามารถด้าน ทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ ซึ่งไทยได้ร่วมมือกับ WIPO ในการจัดสัมมนา/หลักสูตรอมรมต่างๆ ได้แก่ หลักสูตรอบรมทรัพย์สินทางปัญญาพื้นฐานทางอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ ไทยพยายามส่งเสริมให้มีความร่วมมือระหว่างไทยกับ WIPO ในเรื่องดังกล่าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ