บทความวิจัย เรื่อง : การย้อนรำลึกถึงความเป็นอดีตท่ามกลางบริบททางกระแสโลกาภิวัตน์ กรณีศึกษาผ่าน ซีรี่ย์ชุด Reply 1988

Reply-1988-Poster1

การย้อนรำลึกถึงความเป็นอดีตท่ามกลางบริบททางกระแสโลกาภิวัตน์

กรณีศึกษาผ่าน ซีรี่ย์ชุด Reply 1988

อาจารย์อธิพัฒน์  วรนิธิภาคย์

อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์

ในกระแสละครซีรี่ย์เกาหลีนั้น ทุกท่านคงจะทราบถึงสูตรสำเร็จของการสร้างซีรี่ย์ได้อย่างไม่ยาก อันเนื่องมาจากผู้สร้างซีรี่ย์ หรือภาพยนตร์พยายามหยิบยก ความเป็นสังคมเมืองในกรุงโซล (เมืองหลวงของประเทศเกาหลี) เข้ามาเป็นหลัก โดยมักจะเชื่อในทฤษฎีการพัฒนาความเป็นเมือง ตามแนวคิดของกาวด์ และคอปป์ โดยกล่าวถึงการสร้างชุมชนสมัยใหม่ การพัฒนาเมืองให้เป็นแบบโลกาภิวัตน์ ประเทศเกาหลี ซึ่งในพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ในประเทศเกาหลีได้มีการเปลี่ยนโครงสร้างทางวัฒนธรรมใหม่อยู่ตลอดทุกยุคทุกสมัย ในอดีตนั้นลัทธิขงจื้อในประเทศจีน ถูกนำมาปรับใช้สู่ความเป็น “ขงจื้อใหม่” ในเกาหลีผ่านระบบการปกครองในสมัยโชซอน แต่อย่างไรก็ตามประเทศเกาหลียังไม่ละทิ้งความเป็นเกาหลีที่นับถือภูติผีและวิณญาณตามระบบความเชื่อดั้งเดิม ในราชวงศ์โชซอนนั้นยังได้ปลูกฝังความรักชาติด้วยสติปัญญาของชนพื้นเมืองโดยการสร้างประวัติศาสตร์ที่ยึดโยงกับปกรณัม ของ “ตันกุ๋น วัง ก็ออม” และผลงานที่สำคัญของยุคโซซอนคือการประดิษฐ์อักษรเกาหลีที่ได้รับอิทธิพลอักษรจากประเทศจีนในสมัยพระจ้าเซจองที่เรียกว่า “ฮังกึล” ซึ่งยังตกทอดมาถึงปัจจุบัน

ในปัจจุบันประเทศเกาหลีที่ได้เปลี่ยนผ่านตนเองสู่ความเป็นสังคมวัฒนธรรมใหม่ คือเน้นการพัฒนาไปข้างหน้า ในหลายๆฉากจากสื่อได้สะท้อนถึงความวุ่นวายของการจราจร เมืองธุรกิจและการค้า ปฏิสัมพันธ์ของคนเมือง การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ แฟชั่น การกินอาหาร และการทำงานหนัก แต่ในซีรี่ย์ชุด Reply 1988 กลับใช้วิธีการลักษณะการดำเนินเรื่องราวที่ต่างออกไป คือการเล่าเรื่องที่ย้อนกลับไปในอดีตยุค ค.ศ. 1988 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของเกาหลีใต้ มีเหตุการณ์สำคัญๆเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ ที่ประเทศเกาหลีเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคซึ่งเป็นการเปิดตัวประเทศเกาหลีในสาตาชาวโลก ชาวเกาหลีใต้เริ่มออกเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก การข่าว การศึกษา กีฬา และดนตรีแนว K-Pop ซึ่งเรื่องจริงๆที่เกิดขึ้นในปี 1988 คือ SM Entertainment ได้เปิดโชว์การเต้นสไตล์ MTV ของ Lee Soo Man ครั้งแรกและกินเวลายาวนาน Cho Yong Pil (“Mona Lisa”), Kim Wan Sun (“Too Lonely to Dance Alone”) และ Lee Moon Se (“Sunset Glow”) ผู้ที่สร้างชื่อเสียงด้านวงการดนตรีของเกาหลีใต้ให้ดังไปทั่วโลก นี่เองที่ทำให้ Reply 1988 เหมือนนำประวัติศาสตร์เกาหลีใต้กลับมาถ่ายทอดให้เราได้ชมในซีรี่ย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม เนื่องจากได้กลายเป็นละครชุดที่มีความนิยมสูงสุดนับตั้งแต่มีละครชุดในประเทศเกาหลี ซึ่งในสิ่งนี้สะท้อนถึงการผู้คนในยุคปัจจุบันมีการโหยหาอดีต และต้องการมีระเบียบวิถีชีวิตที่สงบเรียบง่าย

จากทฤษฎีการโหยหาอดีต (nostalgia) เป็นลักษณะการใช้จินตนาการของบุคคล หรือสมาชิกของหน่วยทางสังคมวัฒนธรรมที่อาจเป็นกลุ่ม องค์กรหนึ่งๆ ประชาคมหนึ่งๆที่เคยมีประสบการณ์ร่วมกันในอดีตนำจินตนาการที่ย้อนกลับไปสู่อดีตร่วมกันเหล่านั้นเพื่อสร้างและผลิตซ้ำประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรมที่มีร่วมกันมาให้เกิดขึ้นอีกครั้ง ในโลกความเป็นจริงมนุษย์ไม่สามารถย้อนเวลากลับไปสู่อดีตได้ การใช้จินตนาการที่ย้อนไปสู่อดีตและนำมาผลิตซ้ำด้วยปฏิบัติการต่างๆจึงเป็นหนทางหนึ่งที่สามารถโหยหาอดีตได้อีกครั้ง เมื่อกล่าวถึงในระดับสังคมนั้นการโหยหาอดีตมาจากการจินตนาการร่วมของกลุ่มคนในสังคมที่ผสมผสานทางความคิด ความรู้สึกและนำมาปฏิบัติการทางรูปแบบของวัฒนธรรมร่วมกัน จนเกิดเป็นภาพตัวแทนของอดีต ซึ่งในซีรี่ย์ชุดนี้คุณจะได้พบเห็นวิถีชีวิต ข้าวของเครื่องใช้ เพลงร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมในยุคนั้น (การนำเพลงเก่าๆมาทำใหม่เพื่อให้เข้ายุคสมัยมากยิ่งขึ้น) ผลผลิตในรูปของวัฒนธรรมที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นสิ่งที่มาจากการที่กลุ่มคนใช้จินตนาการ ประสบการณ์ที่เคยมีร่วมกันถ่ายทอดผลิตออกมา ร่วมกันบริโภคและเผยแพร่ผลผลิตดังกล่าว การโหยหาอดีตได้ทำหน้าที่เป็นตัวเล่าความทรงจำเกี่ยวกับอดีตด้วยสิ่งที่คนในสังคมประกอบสร้างขึ้นมาในโลกความเป็นจริง ณ ปัจจุบันซึ่งลักษณะการโหยหาเกิดขึ้นในช่วงยุคหลังสมัยใหม่ที่ต้องเผชิญกับกระแสโลกาภิวัตน์ ระบบทุนนิยมต่างๆ เทคโนโลยีที่ก้าวข้ามพรมแดนทางภูมิศาสตร์มาสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตดั้งเดิมของผู้คน จึงส่งผลให้คนในสังคมต้องการย้อนไปสู่วิถีแบบที่ผ่านมาเป็นลักษณะที่ย้อนแย้งกับความเป็นจริง ด้วยการไหลเวียนของเทคโนโลยี วัฒนธรรมตะวันตก ระบบทุนนิยม นำมาสู่การบริโภคเชิงสัญลักษณ์ที่คนในสังคมปัจจุบันมักบริโภคตามมูลค่า ตัวสินค้ามากกว่าจะเน้นไปที่ประโยชน์ใช้สอยอย่างแท้จริง จึงทำให้เกิดการสร้างความหมายขึ้นมาในกลุ่มผู้ที่บริโภคสินค้านั้นๆเพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มตน แต่บางกลุ่มคนก็ไม่ได้ต้องการบริโภคตามสัญลักษณ์ของสินค้าทุนนิยมจึงนำมาสู่การย้อนกลับไปยังอัตลักษณ์ของตนเอง พยายามที่จะรื้อฟื้นชีวิตที่เคยมีในอดีตให้กลับมาอีกครั้งท่ามกลางโลกทุนนิยมที่เป็นอยู่ สิ่งเหล่านี้ได้ค่อยๆก่อตัวขึ้นมาเป็นกลุ่มชุมชน กลุ่มคนที่โหยหาอดีตร่วมกันเพื่อสร้างกิจกรรมทางสังคมขึ้นมาภายใต้สำนึกร่วมกัน ดังนั้นวัฒนธรรม “ใหม่” ในสไตล์ เกาหลี กับความเป็นเมือง ที่มุ่งเน้นถึง สังคมแห่งการทำงานในยุคทุนนิยม การแข่งขันกันในอาชีพ ความชิงไหวชิงพริบในทางธุรกิจ และการเสพเทคโนโลยีและแฟชั่นแบบวัฒนธรรม บริโภคนิยม ซึ่งปรากฎว่าไม่พบในซีรี่ย์ชุดนี้ โดยซีรี่ย์ชุดนี้สะท้อนให้เห็นการเอื้ออาทรระหว่างเพื่อนบ้าน เช่นในฉากที่แบ่งปันอาหารเย็นจากที่แต่ละบ้านมีอาหารจานเดียว แต่ตอนท้ายสุดกลับมีอาหารวางอยู่เต็มโต๊ะ การรวมเป็นทุกข์สุขซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่หายากในสังคมปัจจุบัน รวมถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ซีรี่ย์พยายามแสดงออกในทุกความสัมพันธ์ของตัวละคร และพยามยามที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของตัวละครทุกตัวให้มีส่วนช่วยในการดำเนินเรื่องราว โดยตอนหนึ่งกล่าวว่า

                       “สิ่งที่ช่วยให้เราผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ ไม่ใช่ความเก่งของเราหรอกแต่เป็นคนที่จับมือเราไม่มีวันปล่อยนั่นคือครอบครัวของเรา สิ่งที่คอยทำร้ายเราอยู่นอกบ้าน บางครั้งครอบครัวอาจทำให้เรามีบาดแผล แต่คนที่คอยอยู่ข้างเราจนวันสุดท้าย ก็มีเพียงครอบครัว” ซองด็อกซอน กล่าวไว้ใน Reply 1988 ตอนที่1

ความเป็นจริง (Realistic) ของละครชุดนี้ทำให้ได้รับการตอบรับอย่างเป็นวงกว้างไม่เพียงแต่ในประเทศเกาหลีทั้งนั้นหากแต่ยังส่งผลความนิยมไปทั่วโลกอาจเพราะเป็นการสร้างความเป็นซีรี่ย์รูปแบบใหม่ที่เกาหลีไม่เคยสร้างมากกว่า (พบแต่ในซีรี่ย์ชุด Reply 1988 1994 และ 1997) ซึ่งโดยปกติซีรี่ย์เกาหลีจะเน้นในเรื่องความรักระหว่างชายหญิงเป็นหลัก เน้นความโรแมนติค ความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม

นอกจากนี้ละครเกาหลียังแฝงไปด้วยอุดมการณ์ชาตินิยม เต็มไปด้วยการต่อสู้ ความเป็นปึกแผ่นและการธำรงรักษาประเทศผ่านละครอย่างในกรณีนี้คือการเปิดตัวประเทศเกาหลีในช่วงปี ค.ศ. 1988 ที่ได้เป็นเจ้าภาพการจัดแข่งโอลิมปิค และยังสอนถึงค่านิยมแบบ ยึดหลักคุณธรรม ความพยายามเพื่อนำมาสู่ความสำเร็จ แม้แต่ละครแบบสมัยใหม่ก็ยังนำเสนอเรื่องราวในจุดนี้ ทั้งการแข่งขันในด้านการเรียน การต่อสู้กับแรงกดดันเพื่อเป็นที่ยอมรับในสังคม พบปรากฏการที่ตัวละครพยายามตอกย้ำว่ามหาวิทยาลัยโซลคือมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลี และสังคมก็จะเชิดชูคนที่เรียนเก่ง ดังนั้นนักเรียนจึงต้องมีการแข่งขันเพื่อให้เข้ามหาวิทยาลัยที่ตนเองมุ่งหวัง การต่อสู้เพื่อความรัก และการเสียสละ เพื่อชาติบ้านเมืองเป็นหลัก ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่า คนเกาหลีมีความเป็นชาตินิยมสูงมาจนถึงปัจจุบันนั่นเอง