ด้านการเรียนการสอน และการวิจัย

การจัดการความรู้ (KM) ด้านการเรียนการสอน และการวิจัย

คณะรัฐประศาสนศาสตร์

วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

ปีการศึกษา 2561

จัดทำโดย

คณะอนุกรรมการการจัดการความรู้วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ปีการศึกษา 2561

 

 

บทนำ

การบริหารจัดการความรู้ คือกระบวนการที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรวบรวม และจัดเก็บความรู้ภายในองค์กรซึ่งเปรียบเสมือนสินทรัพย์ (Assets) อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะนำมาใช้ หรือถ่ายทอดกันได้ภายในองค์กร อันจะเกิดประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน หรือเพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขันในเชิงธุรกิจ ความรู้ที่ได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบนี้จะคงอยู่เป็นความรู้ขององค์กรตลอดไป ในปัจจุบันการบริหารการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบต่างๆ การบริหารจัดการความรู้เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กับเรื่ององค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นหากองค์กรมีความต้องการที่จะพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ก็จำเป็นที่จะต้องบริหารจัดการความรู้ภายในองค์กรให้เป็นระบบ เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรเกิดเรียนรู้จริง และมีความต่อเนื่อง อีกทั้งต้องหมั่นสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในองค์กร อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการความรู้นั้น มีความซับซ้อนมากกว่าการพัฒนาบุคลากรด้วยการฝึกอบรม เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อหลังจากที่บุคลากรมีความรู้ความชำนาญแล้ว ความท้าทายจึงอยู่ที่องค์กรว่าจะทำอย่างไรให้บุคลากรเหล่านั้นยินดีถ่ายทอด และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้อื่นต่อไป และในขั้นตอนสุดท้ายองค์กรจะต้องหาเทคนิคการจัดเก็บความรู้เฉพาะไว้กับองค์กรอย่างมีระบบ เพื่อที่จะได้สามารถนำความรู้นั้นออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้อยู่ในโลกของการแข่งขันได้

การจัดการความรู้ด้านการเรียนการสอน ปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในระบบเศรษฐกิจใหม่ตลอดจนการส่งเสริมให้สังคมมีนวัตกรรม เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ (National Competitiveness) ส่งผลให้สังคมในระบบเศรษฐกิจใหม่มีการมุ่งพัฒนาไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ (Knowledge – based Society) ซึ่งเป็นผลจากการที่ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ยอมรับและตระหนักว่า ความรู้ (Knowledge) มีบทบาทในการพัฒนาทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ในการพัฒนาภายในประเทศและมิติการพัฒนาระหว่างประเทศ รวมทั้งความรู้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางกระแสพัฒนาของโลกสมัยใหม่ และเป็นปัจจัยหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในปัจจุบันการวัดความสามารถของประเทศต่างๆนั้น จะใช้การสังเกตจากอัตราส่วนของผู้ที่ทำงานเป็นวัด เนื่องจากความรู้เป็นสิ่งกำหนดกฎ กติกาและกำไรของเศรษฐกิจใหม่ กล่าวคือความรู้เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญที่สุด และสามารถซื้อขายได้ การมีความรู้หรือทุนทางปัญญา (Intellectual Capital) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดขององค์กร ความร่ำรวยในเศรษฐกิจใหม่และการหาประโยชน์จากสินทรัพย์ใหม่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดขององค์กร ทุนทางปัญญาหรือทุนความรู้ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความได้เปรียบให้กับสังคม และประเทศชาติเป็นพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม ดังนั้นการที่องค์กรต่างๆ จะมีความสามารถในการแข่งขันภายใต้สถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบันได้ องค์กรก็จำเป็นที่จะต้องมีความรู้และความสามารถในการบริหารการจัดการความรู้ (Knowledge Management)

การจัดการความรู้ด้านการวิจัย เป็นรูปแบบการถ่ายทอดหนึ่งจากผู้มีประสบการณ์การทำการวิจัยไปยังนักวิจัยรุ่นใหม่หรือนักวิจัยคนอื่นๆเพื่อสร้างความเข้าใจต่อการทำงานวิจัย หรือการดำเนินการทำวิจัยในลักษณะทีมที่จะต้องมีการปรึกษาหารือกันในการกำหนดหัวข้องานวิจัย กำหนดคำถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย ขอบเขตการวิจัย ไปจนถึงวิธีการทำวิจัยมาเพื่อให้ได้รับคำตอบ การวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอผลการวิจัย การอภิปรายข้อค้นพบจากการวิจัย และข้อเสนอแนะสิ่งอื่นๆเหล่านี้ได้นำไปสู่การถ่ายทอดความรู้จากผู้หนึ่งไปอีกผู้หนึ่งในกระบวนการทำการวิจัย

การจัดการองค์ความรู้ในเรื่องการวิจัยของคณะรัฐประศาสนศาสตร์มุ่งเน้นไปที่การจัดการความรู้โดยใช้ความรู้จากอาจารย์และนักวิจัยที่มีประสบการณ์มาก่อน คณะรัฐประศาสนศาสตร์ได้เล็งเห็นความสำคัญในการแนะนำคณาจารย์รุ่นใหม่ และถ่ายทอดความรู้ให้ได้รับรู้เรียนรู้ และนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้องค์ความรู้เกิดการบูรณาการภายในองค์กรอย่างสูงสุดจึงคาดว่าการจัดทำการจัดการความรู้ (KM) ทั้งด้านการเรียนการสอนและด้านการวิจัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของอาจารย์ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์ และเพิ่มศักยภาพของคณะรัฐประศาสนศาสตร์ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยามอีกด้วย

การจัดการความรู้ของคณะรัฐประศาสนศาสตร์ในปีการศึกษา 2561 ได้มุ่งเน้นไปที่การจัดการเรียนการสอน และการวิจัยซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และการตอบโจทย์ของการประกันคุณภาพทั้งในระดับสถาบัน คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และในระดับหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ที่นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างอาจารย์ร่วมกัน การถ่ายทอดองค์ความรู้จนนำไปสู่ผลสรุปเผยแพร่เพื่อปรับปรุงงานวิจัยให้สมบูรณ์สิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเครื่องมือในการจัดการความรู้เหมือนกับการร่วมคิด ร่วมแชร์ประสบการณ์ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมวิเคราะห์ และร่วมใช้และนำไปสู่การร่วมกันเผยแพร่ความรู้ในระดับหลักสูตร คณะ สถาบัน และต่างสถาบันตามลำดับ

 

วิสัยทัศน์

“คณะรัฐประศาสนศาสตร์ตอบสนองวิสัยทัศน์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามที่มีเป้าหมายสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำระดับโลก มุ่งมั่นผลิตบัณฑิตอย่างมีคุณค่า และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและงานวิจัยที่ตอบสนองความต้องการจริงของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมในระดับประเทศและอาเซียน”

 

พันธกิจ

  1. ผลิตบัณฑิตให้มีวิสัยทัศน์มีความสามารถในการวางแผน สร้างทักษะการบริหารงานตามสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในสังคมปัจจุบัน
  2. เพื่อให้คณาจารย์ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์สามารถเขียนโครงการวิจัยเพื่อให้ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัย
  3. มุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการสร้างคุณค่าในสังคมทั้งในหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

อัตลักษณ์

“บัณฑิตคณะรัฐประศาสนศาสตร์เป็นนักบริหารจัดการที่มีความรู้ มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพในสังคม และคณาจารย์ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์มีศักยภาพในการขอรับทุนอุดหนุนการวิจัย และสามารถผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล”

 

ขอบเขตการจัดการความรู้ของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

  1. คณะรัฐประศาสนศาสตร์มุ่งมั่นในการจัดอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้ ให้แก่บัณฑิตคณะรัฐประศาสนศาสตร์ และคณาจารย์เพื่อให้เกิดความชำนาญในแต่ละด้าน
  2. คณะรัฐประศาสนศาสตร์มีการดำเนินการสำหรับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยแบ่งเป็นองค์ความรู้ด้านการจัดการเรียนการสอน และองค์ความรู้ทางด้านงานวิจัย เช่น โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เป็นต้น
  3. ด้านการเรียนการสอน คณะรัฐประศาสนศาสตร์มุ่งมั่นจัดการเรียนการสอน โดยมุ่งเน้นบัณฑิตเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อสอดรับกับการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยมุ่งเน้นประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริงควบคู่กับการเรียนรู้ภายในห้องเรียน
  4. ด้านเทคนิคในการเขียนงานวิจัยเพื่อให้ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย โดยประกอบไปด้วยการกำหนดหัวข้องานวิจัย กำหนดคำถามงานวิจัย วัตถุประสงค์การวิจัย ขอบเขตการวิจัย ไปจนถึงวิธีการทำวิจัยมาเพื่อให้ได้รับคำตอบ การวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอผลการวิจัย การอภิปรายข้อค้นพบจากการวิจัย และข้อเสนอแนะ นอกจากนี้คณาจารย์สามารถกำหนดหัวข้องานวิจัยที่น่าสนใจ และสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่น่าสนใจสอดรับความต้องการของสังคมและประเทศชาติ

 

เป้าหมายการจัดการความรู้

  1. เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และคณะรัฐประศาสนศาสตร์
  2. เพื่อผลักดันนักศึกษาและคณาจารย์ให้มีการนำองค์ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงาน และเพื่อตอบสนองต่อพันธกิจ และยุทธศาสตร์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
  3. เพื่อให้นักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์มีความรู้ความเข้าใจในบทเรียน
  4. เพื่อให้นักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
  5. เพื่อให้นักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์เกิดแนวคิดเรียนรู้ตลอกชีวิต และเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  6. เพื่อให้คณาจารย์และนักศึกษานำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนากระบวนการทำวิจัยในคณะ
    รัฐประศาสนศาสตร์ และสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการที่สามารถแข่งขันในระดับประเทศได้
  7. เพื่อให้คณาจารย์เกิดการเรียนรู้และมีความคล่องตัวในการวิจัย มีการแลกเปลี่ยนความรู้ในการวิจัยซึ่งกันและกัน

 

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

  1. ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร บุคลากรนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ และทุกภาคส่วนที่จะผลักดันให้เกิดการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ที่แท้จริง และพัฒนาเป็นวิทยาลัยแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) โดยมีการติดตามและประเมินผลการจัดการความรู้โดยใช้ตัวชี้วัด
  2. คณะรัฐประศาสนศาสตร์มุ่งมั่นที่จะสร้างบรรยากาศ และวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในระดับบัณฑิตและคณาจารย์ เช่นมีแรงจูงใจด้วยการยกย่องชมเชยหรือให้รางวัล
  3. คณะรัฐประศาสนศาสตร์มีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์ทำวิจัย
  4. คณะรัฐประศาสนศาสตร์มีการนำการประกันคุณภาพมาใช้ในการติดตามและประมวลผลกระบวนการดำเนินงาน เพื่อให้การดำเนินงานมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

 

ขั้นตอนการจัดทำแผนการจัดการความรู้

 

1.โครงสร้างทีมการจัดการความรู้ ด้านการจัดการเรียนการสอน

   คณะอนุกรรมการการจัดการความรู้.

  1. ดร.สุวรรณี จริยะพร                              ประธานกรรมการ
  2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศักดา ศิลปาภิสันทน์ กรรมการ
  3. ดร.สุชินชยันต์ เพ็ชรนิล                            กรรมการ
  4. อาจารย์ชานนท์ คันทฤทธิ์                   กรรมการ
  5. อาจารย์ธัชภรณ์ ศรีเมือง กรรมการและเลขานุการ ด้านการวิจัย
  6. อาจารย์อนันต์ มณีรัตน์                    กรรมการและเลขานุการ
    ด้านการจัดการเรียนการสอน

ภาระหน้าที่

          1.กำกับและดูแลการจัดทำ มคอ.3 และ 5 ในการเรียนการสอนแต่ละรายวิชา

2.ให้ความรู้ เกี่ยวกับเทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5

3.รวบรวมและแนะนำให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5

 

2.กำหนดแผนกลยุทธ์การดำเนินงาน KM ตามกระบวนการจัดการความรู้

 

แผนกลยุทธ์การดำเนินงาน KM ตามกระบวนการจัดการความรู้

(Knowledge Management Process)

ด้านการจัดการความรู้

เรื่อง เทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5

 

ลำดับที่ กระบวนการ

จัดการความรู้

วิธีการสู่ความสำเร็จ ระยะเวลา
1 การบ่งชี้ความรู้

 

 

สำรวจปัญหา และแนวทางการจัดทำ มคอ.3 และ 5 1 สัปดาห์
2 การสร้างและแสวงหาความรู้

 

 

ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากผู้รู้หรือ อาจารย์ผู้มีประสบการณ์และความชำนาญ และแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น หนังสือ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น 2 สัปดาห์
3 การจัดความรู้ให้เป็นระบบ

 

 

การร่วมกันทบทวนและสรุปเทคนิคและแนวทางการจัดทำ มคอ.3 และ 5 ที่สำคัญและมีความเหมาะสมในการเรียนการสอนแต่ละรายวิชาและกลุ่มนักศึกษา 2 สัปดาห์
ลำดับที่ กระบวนการ

จัดการความรู้

วิธีการสู่ความสำเร็จ ระยะเวลา
4 การประมวลและกลั่นกรองความรู้

 

การจัดประชุม หรือเสวนาเพื่อพัฒนาทักษะความรู้เรื่อง เทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5 2 สัปดาห์
5 การเข้าถึงความรู้

 

 

1.การจัดทำคู่มือเทคนิคจัดทำ มคอ.3 และ 5

2.การจัดทำคลังความรู้ตัวอย่างและเทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5 ในระบบ Intranet

2 สัปดาห์
6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

 

การจัดเสวนา หรือฝึกอบรมเรื่อง เทคนิคจัดทำ มคอ.3 และ 5 จากอาจารย์ผู้มีประสบการณ์และความชำนาญ 1 สัปดาห์
7 การเรียนรู้

 

 

1.คณาจารย์ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์นำเทคนิคจัดทำ มคอ.3 และ 5 ไปใช้ในการเรียนการสอน

2.มีคลังความรู้หรือแหล่งความรู้เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้

3.จัดทำแบบทดสอบผลการเรียนรู้

2 สัปดาห์

 

 

3.กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ทำให้การดำเนินงาน KM เป็นไปตามกระบวนการจัดการความรู้

 

กลุ่มเป้าหมาย

คณาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวน 10 คน

 

แผนการจัดการความรู้

เทคนิคจัดทำ มคอ.3 และ 5

วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม

ปีการศึกษา 2561

 

ลำดับที่ กิจกรรม วิธีการสู่ความสำเร็จ ระยะเวลา เป้าหมาย ตัวชี้วัด ผลการดำเนินงาน ผู้รับผิดชอบ
1 การบ่งชี้ความรู้

 

 

สำรวจปัญหา และแนวทางการจัดทำ มคอ.3 และ 5 1 สัปดาห์ ประเด็นปัญหา และหัวข้อของความรู้ อย่างน้อย 3 ประเด็นหรือหัวข้อ ดำเนินตามแผนปฏิบัติคณะรัฐประศาสนศาสตร์  ประจำปี 2561 คณะอนุกรรมการ

การจัดการความรู้

2 การสร้างและแสวงหาความรู้

 

 

ศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากผู้รู้หรือ อาจารย์ผู้มีประสบการณ์และความชำนาญ และแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น หนังสือ อินเตอร์เน็ต เป็นต้น 2 สัปดาห์ เทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5 ที่ถูกต้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ อย่างน้อย 5 เทคนิค ดำเนินตามแผนปฏิบัติคณะรัฐประศาสนศาสตร์  ประจำปี 2561 คณะอนุกรรมการ

การจัดการความรู้

3 การจัดความรู้ให้เป็นระบบ

 

 

การร่วมกันทบทวนและสรุปเทคนิคและแนวทางการจัดทำ มคอ.3 และ 5 ที่สำคัญและมีความเหมาะสมในการเรียนการสอนแต่ละรายวิชาและกลุ่มนักศึกษา

 

 

2 สัปดาห์ เทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5 ที่ถูกต้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ อย่างน้อย 5 เทคนิค ดำเนินตามแผนปฏิบัติคณะรัฐประศาสนศาสตร์  ประจำปี 2561 คณะอนุกรรมการ

การจัดการความรู้

4 การประมวลและกลั่นกรองความรู้

 

 

การจัดประชุม หรือเสวนาเพื่อพัฒนาทักษะความรู้เรื่อง เทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5 2 สัปดาห์ 1.ทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5 ที่ถูกต้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์

2.การจัดประชุม หรือเสวนา

1.อย่างน้อย 3 เทคนิค

 

 

 

2.อย่างน้อย 1 ครั้ง

ดำเนินตามแผนปฏิบัติคณะรัฐประศาสนศาสตร์  ประจำปี 2561 คณะอนุกรรมการ

การจัดการความรู้

5 การเข้าถึงความรู้

 

 

การกำหนดแนวทางการจัดทำคลังความรู้ตัวอย่างและเทคนิคการจัดทำ มคอ.3 และ 5 ในระบบ Intranet 2 สัปดาห์ 1.แนวทางการจัดทำคลังความรู้เทคนิคจัดทำ มคอ.3 และ 5 1.แนวทางการจัดทำคลังความรู้ จำนวน 1 แฟ้มความรู้ ดำเนินตามแผนปฏิบัติคณะรัฐประศาสนศาสตร์  ประจำปี 2561 คณะอนุกรรมการ

การจัดการความรู้

6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

 

การจัดเสวนา หรือฝึกอบรมเรื่อง เทคนิคจัดทำ มคอ.3 และ 5 จากอาจารย์ผู้มีประสบการณ์และความชำนาญ 1 สัปดาห์ 1.คณาจารย์คณะ
รัฐประศาสนศาสตร์
1.เข้าร่วมมากกว่าร้อยละ 60

 

 

ดำเนินตามแผนปฏิบัติคณะรัฐประศาสนศาสตร์  ประจำปี 2561 คณะอนุกรรมการ

การจัดการความรู้

7  

การเรียนรู้

 

 

1.คณาจารย์ในคณะรัฐประศาสนศาสตร์นำเทคนิคจัดทำ มคอ.3 และ 5 ไปใช้ในการเรียนการสอน

 

 

 

 

2.มีคลังความรู้หรือแหล่งความรู้เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้

2 สัปดาห์ 1.1.คณาจารย์คณะ
รัฐประศาสนศาสตร์1.2.การจัดทำมคอ.3 และ 5 ในรายวิชาที่มีการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2561 ที่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ 

2.คลังความรู้เทคนิคจัดทำ มคอ.3 และ 5

1.นำไปใช้มากกว่าร้อยละ 60

 

1.2.มากกว่าร้อยละ 60

 

 

 

 

2.จำนวน 1 แฟ้มความรู้

ดำเนินตามแผนปฏิบัติคณะรัฐประศาสนศาสตร์  ประจำปี 2561 คณะอนุกรรมการ

การจัดการความรู้