Smart Logistics สร้างโอกาสธุรกิจพื้นที่ EEC ในยุคอุตสาหกรรม 4.0

บทนำ

ภายใต้ระบบเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนส่งผลทำให้เกิดการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเจริญเติบโตและเกิดความเข้มแข็ง และการก้าวสู่ Thailand 4.0 โดยการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor Development หรือ EEC)
ถือว่าเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ไม่ติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางรองรับในการเชื่อมต่อด้านเศรษฐกิจกับประชาคมโลกจึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพในธุรกิจของตนเองภายใต้การแข่งขันที่รุนแรง แต่อย่างไรก็ตามมุ่งหวังทำให้เกิดการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ขณะนี้การส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) โดยการเติมนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้าไปในสินค้าหลายๆ ประเภทตามยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ทำให้เกิดเกิดโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ แลธุรกิจเองต้องเผชิญความท้าทายในการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตและไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารจาก 3G ไปสู่ 4G ทำให้การสื่อสารผ่านทางอินเทอร์เน็ตสะดวกขึ้นจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ในเชิงกลยุทธ์มากกว่าที่ผ่านมาทั้งในแง่ของการยกระดับกระบวนการทางธุรกิจ และการผลักดันธุรกิจสู่การเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ส่งผลให้ผู้ประกอบการ SMEs หันมาเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่อทำการติดต่อที่รวดเร็วขึ้นยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยรัฐบาลเองก็ส่งเสริมแบบบูรณาการในเชิงรุกเพื่อส่งเสริมความเติบโตภายใต้แผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ระยะ3 ปี (2559-2561) เพราะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีบทบาทสำคัญมากต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยเนื่องจากทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก ประมาณ 10.5 ล้านคน หรือเท่ากับ 27 เปอร์เซ็นต์ องจำนวนแรงงานที่ถูกจ้างงานในประเทศไทย โดยสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมประมาณ 2.7 ล้านราย หรือเท่ากับ จำนวน 99.73 เปอร์เซ็นต ของจำนวนวิสาหกิจทั้งหมดในประเทศได้ให้ข้อมูลและความรู้ในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี รวมถึงการเพิ่มช่องทางการค้า เพื่อหวังในการสร้างรายได้ของธุรกิจผ่าน E-Commerce และงานโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการดำเนินงานและขยายธุรกิจภายในประเทศและระดับภูมิภาค

Smart Logistics เพิ่มมูลค่า

ในมิติของความสามารถธุรกิจในการแข่งขันของประเทศ กุญแจที่สำคัญในการนำธุรกิจไปสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวนั้นเป็นการดำเนินงานโลจิสติกส์เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเชื่อมโยงการค้าที่สำคัญ เพราะงานโลจิสติกส์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของโซ่อุปทานที่วางแผนปฏิบัติและควบคุมการไหลและการจัดเก็บของสินค้า บริการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกัน และธนาคารกรุงเทพ เอสเอ็มอี ได้ระบุว่า มีการกำหนดเงื่อนไขทางการค้าระหว่างกันให้ชัดเจนส่งผลถึงธุรกิจโลจิสติกส์นั้น มีโอกาสเติบโตสูงมากในอาเซียนเป็นผลโดยตรงมาจากการเติบโตของอาเซียนมีประชากว่า 600 ล้านคน มากกว่าประชากรในสหรัฐฯ ถึง 2 เท่าตัว ส่งผลให้อาเซียนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นตลาด e-Commerce ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากจีนและอินเดียเท่านั้น การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโลจิสติกส์เป็นการตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบันเพื่อการสร้างคุณค่า (Value creation) และทำงานอย่างชาญฉลาด หาโอกาสใหม่ ๆ ในการเพิ่มรายได้ของธุรกิจ

ในขณะนี้ผู้ประกอบการ SMEs ต่างต้องปรับตัวการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในธุรกิจในปัจจุบัน ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น จึงต้องหาวิธีการที่จะช่วยลดต้นทุนการบริการ ในขณะที่การส่งมอบสินค้าในให้บริการยังคงต้องรวดเร็วจำเป็นต้องปรับใช้ Smart Logistics เพื่อยกระดับผู้ประกอบการ SMEs ขณะเดียวกันอุตสาหกรรม 4.0 ถูกเรียกในสหรัฐอเมริกาว่า “The Internet of Things” เป็นกระบวนการผลิตที่เชื่อมกับเทคโนโลยี เชื่อมกับสินค้า เชื่อมกับเครื่องจักรเป็นการผสานให้เกิดเป็น “Smart” ในทุกๆ ด้าน ผู้ประกอบการ SMEs สามารถส่งข้อมูลข่าวสารได้ตามความต้องการที่เฉพาะเจาะจงผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม เนื่องจากโลจิสติกส์ไม่ใช่เป็นแค่การขนส่งสินค้า แต่ยังรวมถึงการส่งข้อมูลข่าวสารไปยังกลุ่มเป้าหมายด้วย ดังนั้น งานโลจิสติกส์ในอนาคตจะต้องเป็น Smart Logistics เพื่อจะตอบโจทย์ในการลดต้นทุนการขนส่ง การเดินทางและการสื่อสารในการให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในอนาคตที่เป็น Smart people ซึ่งในขณะนี้สถาบันการศึกษาเองเป็นหน้าด่านที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ประเทศไทย 4.0 การดำเนินงานนี้ไม่พ้นเรื่อง “คน” จึงต้องเตรียมคนให้เข้ากับยุค 4.0 จริงๆ ตลอดหลายปี ที่ผ่านมาการพัฒนาคน เพราะองค์กรที่ประสบความสำเร็จระดับโลกทุกองค์กร ถูกขับเคลื่อนด้วยทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าทั้งสิ้น

การพัฒนาคนทั้งคนภายในองค์กร รวมถึงกลุ่มของนักเรียน นักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษาในการเตรียมความพร้อมของบุคลากรออกสู่ตลาดแรงงาน จึงเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนและการเตรียมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การจัดการศึกษาทั้งระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ถึงระดับอุดมศึกษาจำเป็นต้องปรับรูปแบบการสอนเป็น Student Center ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางตามแนวคิดของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ระบบการศึกษาจึงการเป็นกลไกสำคัญที่ต้องเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ทัศนคติของตัวผู้สอน หลักสูตรและเนื้อหา และที่สำคัญ คือ ด้านการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่เป็นการปฏิบัติจริงนั้นทำมากกว่าการสอบวัดผลในกระดาษคำตอบ แล้วไปจัดการในเรื่องของการเข้าในสารสนเทศ และวิเคราะห์ประเมินปัญหา (Critical Thinking & Problem Solving) ประเมินสถานการณ์ และแนวทางการรับมือเมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาในการทำงาน ให้แก่ผู้เรียนให้ดีขึ้นมากกว่าความรู้ในตำราที่ปรากฏในเนื้อหาหลักสูตรส่วนความต้องการบริโภค คือ Smart product เน้นการดำเนินการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้เชื่อมโยงกับสินค้าและเครื่องจักร และสินค้าสามารถเชื่อมโยงกับเครื่องจักรให้ผลิตตามความต้องการของลูกค้า เชื่อมโยงกับการขนส่ง ให้ส่งมอบให้กับลูกค้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม ฉะนั้น Smart Logistics จึงเป็นการสร้างศักยภาพการในการแข่งขันแก่กลุ่มลูกค้าของผู้ประกอบการ SMEs เพิ่มขีดความรวดเร็วในการให้บริการ และจัดส่งสินค้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำ มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เพิ่มโอกาสในการให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างมีเสรีและมีคุณภาพยิ่งขึ้น เตรียมความพร้อมรับนโยบายเปิดเสรีทางการค้า ดังนั้น ผู้ประกอบการ SMEs ที่มีความสามารถ และมีศักยภาพในการให้บริการจึงย่อมได้เปรียบคู่แข่งขัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาราคาน้ำมันที่สูงขึ้น มีผลกระทบต่อต้นทุนการบริหาร ผู้ประกอบการ SMEs จึงต้องหาวิธีการที่จะช่วยลดต้นทุน แต่ในขณะเดียวกันต้องมีความสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนองค์ไปได้อีกด้วย

IoT สร้างทางเลือกใหม่ของการขนส่งในประเทศ

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT หรือ Internet of Things (อินเตอร์เน็ตในทุกสรรพสิ่ง)สามารถเชื่อมโยงกับการขนส่งให้ส่งมอบกับลูกค้าตามสถานที่ และเวลาที่กำหนด รวมทั้งได้มีการพัฒนาโครงข่ายของการเชื่อมโยงระบบการขนส่งทั้งภายในประเทศ ประกอบด้วย ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ สถานประกอบการสามารถใช้เทคโนโลยี IoT รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ให้สามารถทำการสื่อสาร และสั่งการควบคุมอุปกรณ์ขนส่งด้วยกันเองโดยอัตโนมัติ ฉะนั้น การพัฒนาอุปกรณ์ IoT รองรับการขนส่งหรือการจัดการ
โลจิสติกส์ (International Monetary Fund, 2012) ประกอบด้วย 1) ระบบ Device เกี่ยวกับSensor 2) Network เกี่ยวกับการขยายเครือข่ายของ NB-IoT (Narrow Band Internet of Things) เป็นนวัตกรรมเครือข่ายพื้นฐานหลักระดับสากลที่ออกแบบมาเพื่อการเชื่อมต่อเทคโนโลยี IoT โดยเฉพาะ พร้อมรองรับอุปกรณ์ที่พัฒนาจากหลากหลายประเทศทั่วโลกในขณะนี้ NB-IoT สามารถรองรับเทคโนโลยีเครือข่ายสากลรองรับการพัฒนาจากทั่วโลกใช้พลังงานต่ำ ทำงานได้โดยไม่เปลี่ยนแปลงแบตเตอรี่ ซึ่งใช้งานสูงสุดถึง 10 ปี และยังมีความปลอดภัย รองรับอุปกรณ์ IoT ได้ถึง 100,000 ตัวต่อสถานีฐาน และสถานีฐานยังมีรัศมีครอบคลุมมากกว่า 10 กิโลเมตร และสัญญาณทะลุทะลวงเข้าถึงพื้นที่ที่มีข้อจำกัดได้ดีและผู้ให้บริการเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันมีการพัฒนาเครือข่ายเป็นระบบ 3G/ 4G, Fiber Optics ในการรองรับการทำงาน 3) Platform การใช้งาน และ 4) Application ในการรองรับการดำเนินงานขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้สามารถทราบตำแหน่งยานพาหนะ ทราบสถานการณ์รับและการส่งสินค้า อันส่งผลให้การจัดการสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

บทสรุป

การดำเนินกิจการขณะนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมกับธุรกิจทุกประเภท ทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อให้เข้ากับยุคดิจิทัลโลจิสติกส์ ซึ่งก็คือระบบการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการให้ไปถึงมือผู้บริโภค ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกันเพราะงานโลจิสติกส์เปรียบเสมือนหัวใจหลักของทุกอุตสาหกรรม ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีสำคัญมาใช้งานมากมายมาใช้ในการสร้างคุณค่าการส่งมอบสินค้าและการบริการให้กับลูกค้าเป็นการปรับตัวของผู้ประกอบการ SMEs ที่สำคัญเพื่อความสำเร็จในการทำธุรกิจ